เทรนด์เทคโนโลยีโลกอนาคต ที่จะเปลี่ยนชีวิตของเรา ไปตลอดกาล

แนวทางในการขับเคลื่อนในโลกอนาคต

การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี ที่เกิดขึ้นในโลกปัจจุบันนั้น ล้วนส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของ ชีวิตผู้คนเราจึงต้องเตรียมตัวอยู่เสมอที่จะรองรับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ที่กำลังเกิดขึ้นในอนาคต โดยเราจะต้องเข้าใจถึงทิศทางแนวโน้มของเทคโนโลยีในอนาคตที่จะมีผลต่อการดำเนินชีวิตของเราซึ่งเทรนด์ จะมีอะไรบ้างนั้น ตามมาดูกันเลยค่ะ

  1. Virtual Reality หรือ VR

เทรนด์ของโลกเสมือนจริงต้องขอบอกเลยค่ะว่า เทรนด์นี้มาแรงจริงๆ ซึ่งเจ้าเทคโนโลยี VR นี้ จะไม่ได้อยู่แค่ในภาพยนตร์อีกต่อไปเพราะเราสามารถสร้างโลกเสมือนจริง โดยที่เราสามารถสัมผัสได้ รับรู้ ไม่ว่าจะเป็นการได้เห็น ได้ยิน ได้กลิ่น และตอบสนองได้อย่างเหมือนจริงเลยล่ะค่ะ โดยการใช้ เทคโนโลยี VR เราจะต้องใช้ควบคู่กับ แว่นตา VR เพื่อให้เราได้เข้าไปอยู่ในโลกเสมือนจริง เช่น เราสามารถเล่นเกม หรือจะดูหนังในมุมมอง 360 องศา ทำให้เราสามารถ ที่จะมองเห็นได้รอบทิศทาง  สามารถจำลองการขับเครื่องบิน ได้เหมือนขับจริงๆเลยล่ะค่ะ  หรือจะนำเอาไปใช้งานทางด้านการศึกษาต่างๆ ก็ล้ำสุดไปเลยล่ะค่ะ

  1. Augmented reality หรือ AR

เทรนด์นี้ ขอบอกว่าตีคู่กันมากับ เจ้าเทคโนโลยี VR เลยล่ะค่ะ เทคโนโลยี AR นี้ก็คือ เทคโนโลยีที่ผสานเอาโลกแห่งความเป็นจริง เข้ากับโลกเสมือนโดยผ่านทางอุปกรณ์ต่างๆ เหมือนเป็นการทำโลกเสมือน ให้เหมือนจริงมากขึ้นนั่นเองค่ะ เราจะใช้เทคโนโลยี AR  บนสมาร์ทโฟนเป็นส่วนใหญ่ โดยใช้กล้องจากสมาร์ทโฟน หรือ แว่นตาพิเศษ Google Glasses ที่เปรียบเสมือนดวงตา ทำให้เรามองเห็นโลกทั้งใบ เช่น เกมจากเทคโนโลยี AR ที่โด่งดังอย่าง Pokemon Go โดยการนำกล้อง ส่องไปยังโลกแห่งความจริง เราก็จะเห็นโปเกมอนลอยอยู่ตรงหน้า เสมือนกับว่าเรากำลังจับโปเกมอนอยู่จริง ๆ นั่นเองค่ะ

  1. Artificial Intelligence หรือ AI หรือปัญญาประดิษฐ์ นั่นเองค่ะ

ด้วยการทำให้คอมพิวเตอร์ กลายเป็นระบบที่ตอบสนองโดยอัตโนมัติ ตามที่โปรแกรมตั้งไว้สามารถทำงานคล้ายมนุษย์หรืออาจจะดีกว่ามนุษย์ด้วยซ้ำไปและสามารถเลียนแบบพฤติกรรมมนุษย์ได้ เสมือนเป็นผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง  ซึ่งเทรนด์ AI นี้ ปัจจุบันก้าวหน้าไปมาก สามารถตอบอีเมลต่างๆ ได้โดยอัตโนมัติ หรือสามารถระบุได้ทันทีว่าภาพที่ปรากฏขึ้นมาบนหน้าจอคอมพิวเตอร์นั้นเป็นภาพใคร หรือภาพอะไรในอนาคต ไม่แน่นะคะว่า AI อาจจะกำลังเข้ามาทดแทนตำแหน่งงานของคนเราก็ได้ค่ะ

  1. Connected Car

เทรนด์อนาคตของการใช้รถยนต์ กับรถอัจฉริยะไร้คนขับจะถูกนำมาใช้กับรถแท็กซี่ก่อน ซึ่งจะทำให้การขับขี่รถยนต์บนท้องถนนนั้นมีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น โดยรถจะใช้สัญญาณ 5G ทำให้รถสามารถที่จะมีปฏิสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อม เช่นเมื่อมีสิ่งกีดขวางบนถนน ระบบของรถยนต์ก็จะมีเซ็นเซอร์ ทำการวิเคราะห์ข้อมูล แล้วประมวลผล ให้เกิดการชะลอรถ หรือหยุดรถไม่ให้ชนสิ่งกีดขวางนั้นค่ะ ปัจจุบันค่ายรถยนต์หลายค่าย ได้เริ่มที่จะทดสอบเป็นจริงเป็นจัง จนเกลายเป็นเทรนด์ของโลก ไปแล้วล่ะคะ

  1. Drones

เทรนด์ของเทคโนโลยีการบินที่กำลังมาแรงในขณะนี้ ซึ่งเทคโนโลยีนี้ ได้รับการพัฒนาให้สามารถบินโดยอัตโนมัติได้ค่ะ หรือที่เราเรียกกันว่าอากาศยานไร้คนขับ นั่นเองค่ะซึ่งโดรนนี้ผลิตขึ้นครั้งแรก เพื่อใช้ในการทหารแต่ปัจจุบันโดรนได้ถูกนำมาใช้ เช่น ใช้โดรนถ่ายรูป หรือถ่ายวิดีโอจากมุมสูง ใช้การขนส่งสินค้าที่ทาง google และ amazon กำลังพัฒนา ใช้ในการเกษตร ฉีดปุ๋ย พ่นสารเคมี ตรวจสภาพจราจร ช่วยชีวิตผู้ประสบภัยในพื้นที่ๆ เข้าถึงยาก หรือแม้กระทั่งให้สามารถส่งสินค้าไปยังบ้านคนซื้อได้ภายในรัศมีทำการ ในอนาคตเทคโนโลยี โดรนนี้ก็จะถูกพัฒนา ให้สามารถ ทำงานได้หลายรูปแบบยิ่งขึ้น

จากเทรนด์เทคโนโลยีโลกอนาคต ที่จะเปลี่ยนชีวิตของเราไปตลอดกาลจะเห็นได้ว่าเทรนด์ที่กล่าวมานั้นล้วนกำลังมาแรงแทบทั้งสิ้นซึ่งในอนาคตเทคโนโลยีเหล่านี้จะเปลี่ยนชีวิต ของเราให้มีความสะดวกสบาย และทำให้เราใช้ชีวิตได้ง่ายขึ้น และมีชีวิตในแบบที่เราต้องการได้อย่างแน่นอ เราจึงต้องเข้าใจเทรนด์ใหม่ๆอยู่เสมอ เพราะเทคโนโลยีใกล้ชิด กับเรา ทุกมิติของชีวิต สามารถทำให้ชีวิตเรา อาจเปลี่ยนแปลงไป โดยที่เราคาดไม่ถึง เลยล่ะคะ

ผลกระทบของเทคโนโลยี ที่มีต่ออาชีพของเรา

เทคโนโลยีนำมาซึ่งประโยชน์ และโทษ

เทคโนโลยี ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญต่อชีวิตของคนเรา ทุกๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นปัจจัยสี่ ที่อยู่อาศัย อาหาร เครื่องนุ่งห่ม และยารักษาโรค แม้แต่การประกอบอาชีพ เทคโนโลยีก็ได้เข้ามามีบทบาท เป็นอย่างมากเลยล่ะค่ะ จึงทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงต่อหลายอาชีพ ที่จะต้องรู้จักนำเทคโนโลยี มาประยุกต์ใช้ในการทำงานของตนเองเพื่อให้การทำงานนั้นๆ มีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้น  ขณะที่บางอาชีพอาจจะปรับตัวไม่ทัน จึงได้รับผลกระทบของเทคโนโลยี จนถึงขั้นตกงาน หรืออาจจะต้องปิดกิจการ กันไปเลยทีเดียว

ผลกระทบของเทคโนโลยี ที่มีต่ออาชีพของเรานั้นเปรียบเสมือนดาบสองคม ที่มีผลกระทบด้านบวก และด้านลบ เราจึงควรรู้เท่าทันเทคโนโลยีเพื่อให้เราได้เตรียมพร้อมรับมือ กับเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่กำลังเกิดขึ้น เพื่อให้เราได้ปรับตัวอย่างทันท่วงทีและสามารถนำเทคโนโลยีมาปรับใช้ในการทำงาน ได้อย่างมีประสิทธิภาพค่ะ

เรามาดูผลกระทบทางบวก กันก่อนนะคะ

  1. ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน เช่น เราสามารถนำเทคโนโลยีมาใช้ ในการผลิตอุตสาหกรรม ให้เร็วขึ้น ถูกต้องแม่นยำ สามารถควบคุมปริมาณงานได้ หรือใช้ในการเพิ่มผลผลิตทางเกษตร และยังช่วยลดข้อผิดพลาดในการทำงาน และยังช่วยลดแรงงานคน อีกด้วย
  2. การผลิตในอุตสาหกรรม และการพาณิชยกรรม เช่น ในงานด้านการผลิตสินค้าอุตสาหกรรม จำเป็นต้องใช้เทคโนโลยี ในการผลิตให้ได้มากแต่ราคาในการลงทุนต้องถูกลง เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์เข้ามามีบทบาทมาก มีการใช้ข้อมูลข่าวสารเพื่อการบริหารและการจัดการ ร้านค้า และยังรวมไปถึงการให้บริการกับลูกค้า เพื่อให้ซื้อสินค้าได้สะดวกยิ่งขึ้น

3.ช่วยในการป้องกันประเทศ  อาชีพ หรือกิจการทางด้านการทหาร จะต้องมีการใช้เทคโนโลยี ในการอาวุธยุทโธปกรณ์สมัยใหม่ล้วนแต่เกี่ยวข้องกับคอมพิวเตอร์และระบบควบคุม ต้องมีการใช้ระบบป้องกันภัย ระบบเฝ้าระวังที่มีคอมพิวเตอร์ ที่ควบคุม โดยการทำงานแทนมนุษย์

  1. การเรียนการสอนในโรงเรียน อาชีพครู อาจารย์ หรือติวเตอร์ ในการเรียนการสอนในโรงเรียน จะต้องมีการนำคอมพิวเตอร์ มาใช้ให้เป็น และเครื่องมือประกอบช่วยในการเรียนรู้ เช่น เครื่องฉายภาพ วีดิทัศน์ คอมพิวเตอร์ช่วยสอน คอมพิวเตอร์ช่วยจัดการศึกษา ทำรายงาน จัดตารางสอน จัดชั้นเรียน และใช้คำนวณระดับคะแนน
  1. เทคโนโลยีสารสนเทศกับสิ่งแวดล้อมซึ่งอาชีพที่เกี่ยวกับ การจัดการทรัพยากรธรรมชาติ ล้วนจำเป็นต้องใช้สารสนเทศมาช่วยในการทำงาน เช่น การใช้ภาพถ่ายดาวเทียม สำรวจพื้นที่ การดูแลรักษาป่า จำเป็นต้องใช้ข้อมูล มีการติดตามข้อมูลการพยากรณ์อากาศ สภาพอากาศ การจำลองรูปแบบสภาวะสิ่งแวดล้อม เพื่อปรับปรุงแก้ไข การเก็บรวมรวมข้อมูลคุณภาพดิน หรือคุณภาพน้ำในแม่น้ำต่าง ๆ การตรวจวัดมลภาวะ ตลอดจนการใช้ระบบการตรวจวัดระยะไกลมาช่วย ที่เรียกว่า โทรมาตร เป็นต้น

คราวนี้เรา มาดูผลกระทบของเทคโนโลยี ที่มีต่ออาชีพของเราทางลบ กันบ้างนะคะ

    1. ก่อให้เกิดความเครียดใน การทำงานมากขึ้น เทคโนโลยีทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ ในการทำงานบางอาชีพหรือบางคน ไม่สามารถปรับตัวในการเปลี่ยนแปลงได้ทัน จึงเกิดความเครียด วิตกกังวล จนกลายเป็นความ กลัวว่าคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศจะทำให้คนตกงาน เช่น พนักงานส่งเอกสาร เอเย่นทัวร์ เซลแมน สถาปนิก และงานบริการต่างๆ เพราะสิ่งเหล่านี้ จะมีการนำเทคโนโลยีเข้ามาทดแทนการทำงานในอนาคตค่ะ
    2. การละเมิดสิทธิเสรีภาพส่วนบุคคล อาชญากรรมบนเครือข่าย ซึ่งอาชีพ บางอาชีพ เช่น ร้านค้าออนไลน์ หรืองานที่มีลิขสิทธิ์ต่างๆ อาจจะเกิดการละเมิดสิทธิส่วนบุคคลหรือเกิดการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา นำผลงานของคนอื่นมาเป็นของตนเอง หรือ Copy งานของผู้อื่นมาเผยแพร่ หรือแอบขโมยข้อมูลส่วนตัวของผู้อื่น มาใช้อย่างผิดกฎหมาย ซึ่งการกระทำ เช่นนี้ จึงต้องมีกฎหมายออกมาคุ้มครองเพื่อให้นำข้อมูลต่าง ๆ มาใช้ในทางที่ถูกต้อง
    3. การมีส่วนร่วมของคนในสังคม การทำงานลดน้อยลงเทคโนโลยี ทำให้การสื่อสารของคนในสังคม และระหว่างเพื่อนร่วมงานลดน้อยลง และยังทำให้การมีส่วนร่วมของกิจกรรมทางสังคม ที่มีการพบปะสังสรรค์ระหว่างกันจะน้อยลง หลายอาชีพจึงมักทำงาน อยู่แต่ที่บ้าน หรืออยู่แต่โต๊ะทำงานของตนเองมากขึ้น
    1. ก่อให้เกิดปัญหาด้านสุขภาพเทคโนโลยี คอมพิวเตอร์ได้เข้ามามีบทบาทในการทำงานเป็นอย่างมาก ซึ่งการใช้ คอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน โดยการจ้องมองหน้าคอมพิวเตอร์ นานๆ จึงมีผลเสียต่อสายตา ซึ่งอาจทำให้สายตาผิดปกติมีอาการเวียนศรีษะ และแสบตานอกจากนั้นยังอาจมีผลต่อสุขภาพจิต หรือเกิดโรคทางจิตประสาทได้อีกด้วย

จะเห็นได้ว่า เทคโนโลยีนั้น มีทั้งผลดี และผลร้าย ต่ออาชีพของเราทั้งนั้น ดังนั้นในการนำเทคโนโลยีมาใช้เราจะต้องดูความเหมาะสม และรู้จักปรับตัวให้ทันท่วงทีอยู่เสมอแล้วอาชีพของเราจะประสบผลสำเร็จได้ในที่สุดค่ะ

Social VR อนาคตของการสื่อสารแห่งโลกเสมือนจริง

Virtual Reality คืออะไร แล้วจะช่วยอะไรเรา

Social VR เป็นเทรนด์ของการสื่อสารในโลกอนาคต แห่งโลกเสมือนจริง ที่กำลังจะเปลี่ยนชีวิตของคนบนโลกไปตลอดกาล ซึ่งแบรนด์ชั้นนำต่างๆ ได้เตรียมนำเจ้า Social VR นี้มาใช้ เพื่อส่งเสริมด้านการตลาด การขายและพัฒนาแบรนด์ ให้มีความโดดเด่นมากยิ่งขึ้น ซึ่งเทคโนโลยีสุดล้ำนี้ จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน และการสื่อสารมากขึ้น โดยจะหลอมรวม การสื่อสารมวลชน คอมพิวเตอร์ และโทรคมนาคม เข้าด้วยกัน ที่จะมอบประสบการณ์ แห่งโลกเสมือนจริง ให้คุณได้เกิดปฏิสัมพันธ์ ระหว่างโลกเสมือนจริง และสิ่งแวดล้อมรอบตัว ที่คุณไม่เคยได้สัมผัสมาก่อน

Virtual Reality หรือ VR เทคโนโลยีที่ช่วยโลกเสมือนจริง หรือเทคโนโลยีสร้างภาพ 3D เสมือนจริง ที่หลายคนอาจจะเห็น ในภาพยนตร์ Sci-Fi หรือในหนังแอนิเมชัน ได้กลายเป็นเทรนด์เทคโนโลยีใหม่ล่าสุด ที่กำลังมาแรงในอนาคตของการสื่อสารแห่งโลกเสมือนจริง ซึ่งปัจจุบันกำลังอยู่ระหว่างการพัฒนา โดยเฉพาะ Social media แบรนด์ชั้นนำต่างๆ ได้เน้นการนำระบบ VR มาใช้ในรูปแบบการสื่อสารแบบใหม่ ที่จะทำให้โลกเสมือนกลายเป็นจริง บทความนี้จึงขอนำเสนอ Social VR อนาคตของการสื่อสารแห่งโลกเสมือนจริง เพื่อให้คุณ ได้ใช้เป็นข้อมูล ในการเตรียมสัมผัสกับ นวัตกรรมของเทคโนโลยี แห่งโลกเสมือนจริง ที่จะทำให้เราได้ใกล้ชิดกันมากกว่าที่เคย

Social VR เป็นการสื่อสารแห่งโลกเสมือนจริง ที่จะทำให้เรารู้สึกมีส่วนร่วมจริงๆ ทำให้คนที่อยู่ไกลคนละซีกโลก ได้ใกล้ชิดกันมากยิ่งขึ้น และจะช่วยให้ การพูดคุยการประชาสัมพันธ์ทำการตลาด มีความสะดวกและสร้างสรรค์มากยิ่งขึ้น โดยเราสามารถเข้าสู่โลก VR ได้ขณะที่สวมใส่แว่นตา ที่จะทำให้เราสามารถเสพข้อมูลต่างๆ ได้โดยใช้ประสาทสัมผัสทั้ง 5 อย่างเสมือนจริง และภาพที่เราเห็นจะไม่เป็นแค่ภาพในจออีกต่อไป แต่เห็นเป็นภาพ 3D และยังมีมุมมอง 360 องศา หันได้รอบทิศทาง กันเลยทีเดียว โดยภาพที่เราเห็นนั้นจะเป็นการจำลองวัตถุเสมือน หรือองค์ประกอบเสมือน ภายใต้บรรยากาศเสมือน ผ่านอุปกรณ์สื่อสาร สมาร์ทโฟนให้เราสามารถเห็นสถานที่ต่างๆ ที่เราต้องการได้ทุกที่ แม้แต่ใต้ทะเลลึก หรือบรรยากาศนอกโลก ทั้งแบบเป็นภาพนิ่ง และวิดีโอเคลื่อนไหว เช่น   Facebook  ตัวพ่อของ Social media ได้ทำโครงการ Facebook Spaces ขึ้น โดยให้เราสามารถคุย และทำกิจกรรมกับเพื่อนๆ  ในโลก VR ได้ทุกสถานที่ที่เราต้องการ ผ่าน Facebook Spaces  แอปพลิเคชั่นในแว่น Oculus พร้อมกับถือจอย Oculus Touch  ซึ่งเราสามารถเลือกตัวละครบน facebook ผ่านร่างอวาตาร์ที่สร้างขึ้น  ซึ่งตัวละครนี้จะมี ลักษณะท่าทาง การแสดงอารมณ์ ที่เสมือนจริง นอกจากนี้ยังสามารถเสกเกมส์ต่างๆ อย่างหมากรุกหรือไพ่มาเล่นตรงหน้าพร้อมเพื่อน  หรือจะนั่งดูทีวีเสมือนจริง ทำให้เราได้พูดคุยกับเพื่อนๆ จากสถานที่ต่างแบบ 360 องศา ไปพร้อมๆ กัน ทำให้ใกล้ชิดกันมากขึ้น  นอกจากนี้ยังสามารถรับโทรศัพท์ผ่าน facebook messenger ได้ในโลกเสมือนได้เลยอีกด้วย ซึ่งจะเห็นเป็นวิดีโอคอลกันสดๆ แถมยังมีก้าน selfies ให้เราได้เซลฟี่กัน อีกด้วย

Social VR อนาคตของการสื่อสารแห่งโลกเสมือนจริง ที่จะมาย่อโลกของเราให้เล็กลง และจะเปลี่ยนชีวิตของคนบนโลกไปตลอดกาลโดย Social VR นี้จะช่วยสร้างประสบการณ์แปลกใหม่ให้กับผู้ใช้งานได้ในรูปแบบของโลกเสมือนที่สมจริง (VR) ซึ่งปัจุบันแบรนด์ต่างๆ  ได้นำไปประยุกต์ใช้ได้หลากหลายที่จะทำให้ทุกอย่างเป็นเรื่องง่ายและโลกเสมือนจริงนั้น ก็จะกลายเป็นโลกสมจริงใบใหม่ ที่คุณจะได้สัมผัสอย่างแน่นอน